ศาลากลางจังหวัดเดิมตั้งอยู่ที่  ตำบลประตูชัย  อำเภอกรุงเก่า (อำเภอพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน)
สร้างเป็นตึก ๓ ชั้น รูปร่างคล้ายตัวที  ซึ่งได้ทำการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ สมัยหลวงบริหารชนบท
(ส่าน)  เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด   โดยการสนับสนุนจาก นายปรีดี  พนมยงค์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การคลังในสมัยนั้น ซึ่งเป็นชาวอยุธยา ที่ตัวตึกด้านหน้าศาลากลางจังหวัด ได้ก่อสร้างพระบรมรูปวีรกษัตริย์
วีรสตรี  ซึ่งได้ประกอบคุณาประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่กรุงศรีอยุธยาและชาติไทยในครั้งอดีตรวม ๖ พระองค์
คือ
             ๑. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) พระหัตถ์ซ้ายถือปราสาทสังข์ ปฐมกษัตริย์ผู้สร้าง
                  กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมื่อ พ.ศ. ๑๗๙๓
 ศาลากลางหลังเก่า
              ๒. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระหัตถ์ทั้งสองถือประมวลกฎหมายผู้ทรงพระปรีชาสามารถในทาง
                   ปกครอง
              ๓. สมเด็จพระศรีสุริโยทัย วีรสตรีซึ่งได้เสด็จออกไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๓ และได้เสียสละ
                   พระชนม์ชีพเพื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระราชสวามี
              ๔. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. ๒๐๓๓ - พ.ศ. ๒๑๔๘) พระหัตถ์ขวาถือพระแสงของ้าว
                   พระหัตถ์ซ้ายถือพระมาลา ผู้ทรงกอบกู้พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเสียแก่พม่าครั้งแรกและได้สู้รบ
                   กับข้าศึกถึง ๗ ครั้ง
              ๕. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ - พ.ศ. ๒๒๓๑) พระหัตถ์ทั้งสองถือพระราชสาสน์
                   ได้ทรงทำสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ครั้งพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ และทรง
                   นำเอาวัฒนธรรมทางตะวันตกมาเผยแพร่ไว้มากครั้งเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ในรัชสมัยของ
ศาลากลางปัจจุบัน
                   พระองค์ การค้าขายเจริญรุ่งเรืองมาก
ถนนสายเอเซีย  อำเภอพระนครศรีอยุธยา
              ๖. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ - พ.ศ. ๒๓๓๕) พระหัตถ์ทั้งสองถือดาบ ได้ทรง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
                  กอบกู้ความเป็นเอกราชไว้ได้ในคราวเสียกรุงครั้งสุดท้าย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ และย้ายเมืองหลวง
                    ไปตั้งที่กรุงธนบุร
  อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเดิมได้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและบริการประชาชนมาจนมีสภาพชำรุดทรุดโทรมยากแก่การซ่อมบำรุง และไม่
สามารถรองรับส่วนราชการประจำจังหวัดได้เพียงพอ ประกอบกับที่ตั้งอยู่ในเขตโครงการนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การ
สหประชาชาติ ให้เป็นมรดกโลก และกรมศิลปากรมีแผนงานที่จะบูรณะ ซ่อมแซมอาคารศาลากลางและสถานที่ต่าง ๆโดยรอบให้เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และการ
ท่องเที่ยวจังหวัด จึงมีโครงการย้ายศาลากลางออกไปอยู่นอกพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์
  ต่อมานายจตุรงค์  ด่านชัยวิโรจน์  นางขวัญลักษณ์  ด่านชัยวิโรจน์  นายวรพจน์  ด่านชัยวิจิตร และนางสมพิศ  ด่านชัยวิจิตร  ได้อุทิศที่ดินริมถนน
สายเอเซีย หมู่ที่ ๓  ตำบลคลองสวนพลู  อำเภอพระนครศรีอยุธยา ให้กับทางราชการจำนวน ๗๐ ไร่ ๑ ตารางวา ราคาทุนทรัพย์ ๗๐,๐๐๔,๙๕๑.๖๐ บาท โดยอุทิศให้
  ๑. ก่อสร้างศูนย์ราชการ จำนวน ๕๓ ไร่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา
  ๒. ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดก่อสร้างถนนสาธารณะ จำนวน ๑๖ ไร่ ๑ งาน ๒๕ ตารางวา
  มีพิธีมอบโฉนดที่ดินวันพุธที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๓  ณ  กระทรวงมหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายบรรหาร  ศิลปอาชา)
เป็นประธานในพิธีรับมอบ
  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการจัดวาง
ผังแม่บทศูนย์ราชการส่วนภูมิภาคของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคณะกรรมการได้อนุมัติโครงการก่อสร้างโดยแบ่งการดำเนินการออก ๓ ระยะ คือ
  ระยะที่ ๑  (ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๓๖ - ๒๕๓๘)  ก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และระบบสาธารณูปโภค
  ระยะที่ ๒  (ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๓๗ - ๒๕๓๘) ก่อสร้างศาลาประชาคม
  ระยะที่ ๓  (ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๓๘ - ๒๕๓๙) ก่อสร้างอาคารสูง ๑๐ ชั้น จำนวน ๒ หลัง เพื่อรองรับส่วนราชการทุกส่วน
  พ.ศ. ๒๕๓๕  กระทรวงมหาดไทยจัดสรรงบประมาณเป็นค่าถมดิน จำนวน ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท บริเวณที่จะก่อสร้างศาลากลางจังหวัด ๑๐ ไร่
  พ.ศ. ๒๕๓๖  ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน ๕,๙๐๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าก่อสร้างศาลากลางจังหวัดพร้อมระบบสาธารณูปโภค โดยผูกพันงบ
ประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๗ จำนวน ๕๒,๑๐๐,๐๐๐ บาท และปี พ.ศ.๒๕๓๘ จำนวน ๖๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท และกระทรวงมหาดไทยให้จังหวัดดำเนินการประกวดราคา
ได้ บริษัท แซมคอน จำกัด เป็นผู้รับเหมาในวงเงิน ๑๑๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท กำหนดแล้วเสร็จใน ๖๗๕ วัน ลงนามในสัญญาจ้าง วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๗ กำหนดแล้วเาร็จ
ในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๓๙ เป็นอาคารทรงไทยสู. ๔ ชั้น พื้นที่ใช้สอย ๙,๑๙๖ ตารางเมตร
 

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์วันจันทร์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๓๗ เวลา ๑๓.๐๑ น. โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

(พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ) เป็นประธาน  ณ  บริเวณที่ก่อสร้างศาลากลาง
  จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดพิธีบวงสรวงลาศาลากลางหลังเก่า วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๓๙ เวลา 08.00 น. และเวลา 10.00 น. ได้จัดพิธีสงฆ์
และบวงสรวง ศาลากลางใหม่ เริ่มปฏิบัติงาน ณ ศาลากลางใหม่ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๓๙ เป็นต้นมา


กลับหน้าหลัก

กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ถนนสายเอเซีย  อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000

โทร. / โทรสาร 0-3533-5665 มท.10422   e-mail : ayutthaya@moi.go.th