|
| |
|
| |
|
| |
 |

|
ในราว พ.ศ.1896 สมเด็จพระรามาธิบดีที่1
(พระเจ้าอู่ทอง)ทรงสถาปนา |
| วัดพุทไธสวรรค์ขึ้น ณ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นที่ระลึกถึงตำบลเวียงเหล็ก |
| ซึ่งเป็นสถานที่ทางพักไพร่พลเป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากอพยพหนีโรคระบาดและ |
| ต่อมาได้ข้ามแม่น้ำมาสร้างกรุงศรีอยุธยา ที่ตำบลหนองโสน ในปี พ.ศ.1893
|
| วัดพุทไธสวรรค์มีจุดเด่นที่องค์พระปรางค์ ลักษณะศิลปะแบบขอมงดงามเป็นที่เชิดชู |
| ูแก่วัดอย่างมาก บริเวณพระปรางค์ล้อมรอบด้วยพระระเบียงที่มีพระพุทธรูปพอกปูน |
| ์ลงรักปิดทอง พระนอนประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
                                               |
| |
 |
|
วัดมหาธาตุเป็นวัดใหญ่คู่กับวัดราชบูรณะ
ในพงศาวดารกล่าวว่าเริ่มสร้างขึ้น |
| ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพงั่ว)
พ.ศ.1917 มาแล้วเสร็จ |
| ในสมัยพระราเมศวร และมีการก่อสร้างบำรุงรักษามาตลอดจนเสียกรุงในปี |
| พ.ศ.2310 ทำให้ มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงามและสำคัญอยู่ มากมายโดย เฉพาะวิหาร |
| หลวงขนาดใหญ่ที่เจาะผนังเป็นช่องแทนหน้าต่างพระปรางค์ประธานของวัด |
| ซึ่งเคยเป็นที่ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเดิมมีความสูงจากฐานถึงยอดประมาณ |
| 50 เมตรและพังลงมาครั้งหนึ่งในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พอถึงสมัยสมเด็จ |
| พระเจ้าปราสาททอง ทรงให้บูรณะซ่อมแซมจนมีความสูงกว่าที่สร้างครั้งแรก
แต่ใน |
| ปัจจุบันพระปรางค์เหลือเพียงส่วนฐานเพราะหักพังลงมาอีกครั้งในปี
พ.ศ.2454 |
| รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ |
| |
                                               |
| |
 |
 |
เมื่อ
พ.ศ.1900 พระเจ้าอู่ทองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปลงศพ |
| เจ้าแก้ว เจ้าไทย ที่ปลงศพนั้นให้สถาปนาพระเจดีย์และวิหารเป็นพระอาราม |
| ชื่อ วัดป่าแก้วและโปรดเกล้าฯให้เป็นสำนักสงฆ์เรียกคณะป่าแก้ว ปฎิบัติทางวิปัสสนา |
| ธุระ ต่อมาได้ขนาดนามว่าวัดเจ้าพระยาไทย เพราะเป็นที่สถิตของสมเด็จพระวันรัต |
| พระสังฆราช ฝ่ายขวา ซึ่งในสมัยโบราณเรียกพระสงฆ์ว่า เจ้าไทย ครั้งแผ่นดินสมเด็จ |
| พระนเรศวรมหาราช พ.ศ. 2135 ทรงได้ชัยชนะในการทำยุทธหัตถึ สมเด็จพระวันรัต |
| วัดป่าแก้วซึ่งขอพระราชทานอภัยโทษแก่นายทัพนายกอง ที่ตามเสด็จไม่ทันได้กราบ |
| บังคมทูลให้ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่เฉลิมพระเกียรติที่ตำบลหนองสาหร่าย
จังหวัด |
| สุพรรณบุรีและที่วัดเจ้าพระยาไทยให้เป็นคู่กับเจดีย์ภูเขาทองที่พระเจ้าหงสาวดีสร้างไว้ |
| |
พระเจดีย์นี้มีขนาดสูงใหญ่ทรงระฆัง (ปัจจุบันสูงประมาณ 60 เมตร)
ขนาดนามว่า |
| |
พระเจดีย์ชัยมงคลแต่เรียกเป็นชื่อสามัญว่าพระเจดีย์ใหญ่ต่อมาจึงเรียกชื่อวัดนี้อีก |
| |
ชื่อหนึ่งว่า วัดใหญ่ชัยมงคล |
                                               |

|
 |
| วัดกษัตราธิราชวรวิหาร
เป็นพระอารามหลวงชั้นตร ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ |
| ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา
เป็น |
| วัดโบราณปรากฏหลักฐานมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ "วัดกระษัตรา" |
| โดยความหมายของวัด สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัดของพระมหากษัตริย ์ในตำบล |
| ที่ตั้งป้อมจำปาพลนอกพระนครฝั่งตะวันตก ส่วนด้านหลังวัดมีทุ่งกว้างเรียกว่า
|
| "ทุ่งประเชต" ซึ่งเป็นที่ตั้งกองทัพพม่าในการเข้าโจมตีกรุงศีอยุธยาหลายครั้งก่อน |
| การเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.2310 นั้น วัดกษัตราธิราช เป็นบริเวณที่กองทัพพม่า |
| ใช้เป็นสถานที่ตั้งมั่นในการเข้าตีพระนครภายหลังวัดถูกทำลายลงไปมากและทิ้งร้าง |
| ในที่สุด เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีแห่งราชวงศ์จักรีแล้ว
ในสมัย |
| รัชกาลที่ 1 สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์
(ทองอิน) |
| กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ซึ่งเป็นพระเจ้าหลานเธอในสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว |
| บรมโกศคงจะได้ทันทอดพระเนตรเห็นวัดกษัตราธิราชวัดสำคัญในสมัยนั้นถูกทำลาย |
| จนสิ้นร้างไป จึงโปรดให้บูรณะโดยเริ่มบูรณะพร้อมกับวัดในกรุงเทพมหานคร
เช่น |
| |
วัดบพิตรภิมุข และวัดธรรมารามในอยุธยาทำให้วัดกษัตราธิราชวรวิหารกลับมาเป็น |
| |
วัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาตั้งแต่นั้นมา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จเจ้าฟ้ากรม |
| |
ขุนอิศรานุรักษ์ (เกศ) ต้นราชสกุล อิศรางกูร ทรงมีศรัทธา ปฏิสังขรณ์พระอาราม
|
| |
ตั้งแต่พระอุโบสถ ตลอดจนเสนาสนะทั้งปวงเรื่อยมา |
                                               |
| |
 |
 |
สมเด็จพระราเมศวรทรงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างวัดภูเขาทองเมื่อ พ.ศ.1930 |
| ณ ทุ่งฝั่งตะวันออกทางด้านเหนือ ห่างจากพระราชวังไปประมาณ 2 กิโลเมตร |
| ต่อมาใน พ.ศ.2112 พระเจ้าหงสาวดีมีชัยชนะต่อกรุงศรีอยุธยา จึงโปรดเกล้าฯ |
| ให้สร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ครั้นรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัว |
| บรมโกศทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรพระอารามและพระเจดีย์ใหญ่ซึ่งหักพังลงมา |
| ก่อนหน้าแล้ว แต่ทรงให้เปลี่ยนรูปเจดีย์ทำเป็นรูปย่อเหลื่ยมไม้สิบสอง |
| |
| |
| |
                                               |
| |
 |
 |
พระที่นั่งเพนียดองค์นี้
เป็นที่สำหรับพระราชาธิบดีประทับทอด พระเนตร |
| การจับช้างเถื่อนในเพนียดซึ่งนำมา ใช้ประโยชน์ในราชการทั้งในเวลาปกติและใน |
| เวลาสงคราม การจับช้างเถื่อนนี้ถ้าหากมีแขกบ้านแขกเมืองเข้ามา ในฤดูที่พอจะ |
| จับช้างให้แขกเมืองชมทุกคราวไป ดังเช่นปรากฏในจดหมายเหตุของเชวาเลีย
เดอ |
| โชมองต์ ราชฑูตฝรั่งเศสที่เข้ามาในแผ่นดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชโปรดให้ชม |
| การจับช้างเถื่อนที่เพนียดเมืองลพบุรีครั้งนี้ ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นรัชกาลสุดท้ายที่ |
| พระราชาธิบดีแห่งประเทศไทยโปรดให้มีการจับช้างเถื่อน พระที่นั่งเพนียดและตัว |
| เพนียดที่ยังคงเหลือซากอยู่ในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช |
| โปรดให้ซ่อมครั้งหนึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดให้กรมหลวง |
| เทพพลภักดิ์เป็นแม่กอง ออกไปซ่อมอีกครั้งหนึ่ง ถึงรัชกาลที่ 5 พระที่นั่งนี้ชำรุด |
| |
จึงโปรดให้ซ่อมอีกครั้ง |
                                               |
| |
 |
 |
ศาลากลางจังหวัดเดิมตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย
อำเภอกรุงเก่า สร้างเป็นตึก 3 ชั้น |
| รูปร่างคล้ายตัวที ซึ่งได้ทำการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 สมัยหลวงบริหารชนบท |
| (ส่าน) เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด โดยการสนับสนุนจากนายปรีดี พนมยงค์
รัฐมนตรี |
| ีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยนั้น ซึ่งเป็นชาวอยุธยา ที่ตัวตึกด้านหน้าศาลากลาง |
| จังหวัดได้ก่อสร้างพระบรมรูป วีรกษัตริย์ วีรสตรี ซึ่งได้ประกอบคุณานุประโยชน์ |
| อย่างใหญ่หลวง แก่กรุงศรีอยุธยาและชาติไทย ในครั้งอดีตรวม 6 พระองค์
คือ |
| |
 |
| พระหัตถ์ซ้ายถือปราสาทสังข์ ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
เมื่อ พ.ศ.1793 |
| |
 |
| |
พระหัตถ์ทั้งสองถือประมวลกฎหมายผู้ทรงพระปรีชาสามารถในทางปกครอง |
| |
 |
| |
วีรสตรีซึ่งได้เสด็จออกไปสู้รบกับข้าศึก
เมื่อ พ.ศ.2093 และได้เสียสละพระชนม์ชีพ |
| |
เพื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระราชสวามี |
| |
 |
| |
(พ.ศ.2033 - พ.ศ.2148 ) พระหัตถ์ขวาถือ
พระแสงของ้าว พระหัตถ์ซ้ายถือพระมาลา |
| |
ผู้ทรงกอบกู้พระนครศรีอยุธยาซึ่งเสียแก่พม่า ครั้งแรกและได้สู้รบกับข้าศึกถึง
7 ครั้ง |
| |
 |
| |
(พ.ศ.2199- พ.ศ.2231) พระหัตถ์ทั้งสองถือพระราชสาสน์ได้ทรงทำสัมพันธไมตรีกับ |
| |
ต่างประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ครั้งพระเจ้าหลุยส์ที่14 และทรงนำเอาวัฒนธรรม
|
| |
ทางตะวันตกมาเผยแพร่ไว้มาก ครั้งเจ้าพระยา วิชาเยนทร์
ในรัชสมัยของพระองค์ |
| |
การค้าขายเจริญรุ่งเรืองมาก |
| |
 |
| |
(พ.ศ.2310 - พ.ศ.2335) พระหัตถ์ทั้งสองถือดาบ ได้ ทรงกอบกู้ความเป็นเอกราช |
| |
ไว้ได้ในคราวเสียกรุงครั้งสุดท้าย เมื่อ พ.ศ.2310 และย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่กรุงธนบุรี |
| |
|