|
| |
|
| |
|
| |
 |
 |
วัดธรรมาราม เป็นวัดโบราณสร้างแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
อยู่ที่ตำบล |
| บ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จะสร้างมาแต่รัชสมัยใด ใครเป็นผู้สร้างไม่ปรากฎ |
| หลักฐาน สร้างมาไม่น้อยกว่า 414 ปี ที่ตั้งของวัดปัจจุบัน ในอดีตสมัยกรุงศรีอยุธยา |
| เป็นราชธานี เมื่อพม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาคราใด พม่าจะมาตั้งค่ายที่วัดนี้ทุกครั้ง
|
| เพื่อควบคุมเส้นทางคมนาคมทางน้ำ เพราะเหนือวัดนี้ไปเพียงเล็กน้อยคือที่หัวแหลม |
| เป็นปากน้ำลพบุรีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ |
| แห่งหนึ่ง และป้องกันการเคลื่อนย้ายกำลังของไทยมาจากภายนอกเสริมกำลังในเมือง |
| หลวงได้เป็นอย่างดีเพราะด้านหลังวัดธรรมารามเป็นทุ่งกว้างมีชื่อว่าทุ่งประเชต
อันเป็น |
| |
หนึ่งในสามของทุ่งที่มีการสัปประยุทธกันอย่างโชกโชนระหว่างไทยกับพม่า
ทุ่งทั้งสาม |
| |
มีนามดังนี้ คือ ทุ่งพุดเลา ทุ่งชายเคือง และทุ่งประเชต มีเส้นทางไปสุพรรบุรีและวิเศษ |
| |
ชัยชาญ เนื่องจากวัดตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกตรงข้ามกับพระราชวังหลวง
จึงเป็นหนึ่ง |
| |
ในสี่ของท่าข้ามในสมัยนั้น ซึ่งมีท่าข้ามวัดธรรมาราม ท่าข้ามวัดกษัตราธิราช
ท่าข้าม |
| |
วัดราชพีร์ และท่าข้ามวัดไชยวัฒนาราม ก่อนเสียกรุงครั้งแรกบุเรงนองแม่ทัพพม่า |
| |
ได้กรีธาทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดิน พระมหินทราธิราช พ.ศ.2112
และมีค่าย |
| |
ที่หนึ่งของพม่าตั้งที่วัดธรรมาราม พม่าทำอุบายปล่อยเจ้าพระยาจักรีอดีตแม่ทัพไทย
|
| |
ซึ่งพม่าล้อมจับได้ที่ทุ่งลุ่มพลี โดยเกลี้ยกล่อมเจ้าพระยาจักรีให้เข้าด้วยกับฝ่ายตน
|
| |
ด้วยการเอาลาภเข้าล่อ จนเจ้าพระยาจักรีเห็นผิดเป็นชอบยอมเป็นเครื่องมือของพม่า
|
| |
เมื่อปล่อยเจ้าพระยาจักรีข้ามไปเข้าเมืองโดยใช้ท่าข้ามวัดธรรมาราม
แล้วพม่าก็ทำ |
| |
อุบายขึ้นมาอีกจับทหาร 30 คน หาว่าเป็นผู้คุมแล้วปล่อยให้เชลยหนีไปได้จึงฆ่าเสีย
|
| |
แล้วเสียบศีรษะประจานไว้ที่หน้าค่ายวัดธรรมารามแห่งนี้ อนึ่งวัดนี้หลังจากกรุงศรีอยุธยา |
| |
เสียแก่พม่าใน พ.ศ.2310 อันเป็นการเสียกรุงครั้งสุดท้าย พม่าได้เผาทำลายเสียสิ้น |
| |
กลายเป็นวัดร้าง จนถึงรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และพระโอรสทรงศรัทธาเสด็จ |
| |
มาบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั่วทั้งพระอาราม เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จบริบูรณ์แล้วได้ |
| |
นามให้ใหม่ว่า "วัดราชธรรมาวาศวรวิหาร" มีฐานะเป็นพระอารามหลวงวัดหนึ่งและต่อมา
|
| |
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า" วัดธรรมาวาศ"จนถึงรัชกาลที่ 4 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
และสมัย |
| |
รัตนโกสินทร์ มีพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดนี้ ที่สำคัญ คือ
ในสมัยกรุงศรี |
| |
ศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมโกศ (พ.ศ.2276- พ.ศ.2301) มีพระราชาคณะ |
| |
ผู้ใหญ่ดำรง ตำแหน่ง คือ |
| |
1. พระอุบาลีมหาเถระ (มรณภาพ
ณ ประเทศศรีลังกา) |
| |
2. พระอริยมุนีมหาเถระ (มรณภาพ
ณ วัดธรรมาราม) |
| |
จากประวัติอันยาวนานของวัดธรรมาราม
ประกอบกับความสำคัญที่เคยรุ่งโรจน์ |
| |
มาแล้วในอดีต จึงมีผู้สนใจใคร่จะอนุรักษ์วัดนี้ให้คงอยู่คู่กับชาติไทยต่อไป
เพื่ออนุชน |
| |
คนรุ่นหลัง จะได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ยังเป็นอนุสรณ์สถานแด่พระอุบาลีมหาเถระ |
| |
และพระอริยมุนีมหาเถระผู้เพียรพยามหยั่งรากพระพุทธศาสนาให้ลึกลงในศรีลังกา |
| |
ประเทศอีกครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ชาวลังกาที่นับถือพุทธศาสนา เมื่อมีโอกาสมาประเทศไทย |
| |
จะต้องหาเวลามาเยี่ยมวัดนี้เสมอ |