Page 11 - สมุดภาพกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนพุทธศักราช ๒๕๐๐
P. 11
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองอินทร์บุรีและเมืองพรหมบุรีเข้า
กับเมืองสิงห์บุรี รวมเมืองพระพุทธบาทเข้ากับเมืองสระบุรี ตั้งที่ว่าการมณฑลที่อยุธยา
และใน พ.ศ. ๒๔๖๙ เปลี่ยนชื่อจาก “มณฑลกรุงเก่า” เป็น “มณฑลอยุธยา” ซึ่งจากการ
จัดตั้งมณฑลอยุธยามีผลให้อยุธยามีความส�าคัญทางการบริหารการปกครองมากขึ้น
การสร้างสิ่งสาธารณูปโภคหลายอย่างมีผลต่อการพัฒนาเมืองอยุธยาในเวลาต่อมา
จนเมื่อยกเลิกการปกครองระบบมณฑลเทศาภิบาล ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
พ.ศ. ๒๔๗๕ อยุธยาจึงเปลี่ยนฐานะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน
ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายบูรณะโบราณ
สถานภายในเมืองอยุธยา เพื่อเป็นการฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ ประจวบกับใน
พ.ศ. ๒๔๙๘ นายกรัฐมนตรีประเทศพม่าเดินทางมาเยือนประเทศไทย และได้มอบเงิน
จ�านวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อปฏิสังขรณ์วัดและองค์พระมงคลบพิตร เป็นการเริ่มต้นบูรณะ
โบราณสถานในอยุธยาอย่างจริงจัง ซึ่งต่อมากรมศิลปากรเป็นหน่วยงานส�าคัญในการ
ด�าเนินการ จนองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก
มีมติให้ประกาศขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็น “มรดกโลก”
เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ มีพื้นที่ครอบคลุมในบริเวณโบราณสถานเมืองอยุธยา
ประวัติกำรแบ่งเขตกำรปกครอง
ในสมัยอาณาจักรอยุธยามีการแบ่งการปกครองในราชธานีออกเป็น ๒ ส่วน
ใหญ่ๆ ได้แก่ การปกครองภายในบริเวณก�าแพงเมือง และภายนอกบริเวณก�าแพงเมือง
โดยในบริเวณก�าแพงเมืองก็จะแบ่งออกเป็น ๔ แขวง ได้แก่ แขวงขุนธรณีบาล แขวง
ขุนโลกบาล แขวงขุนธราบาล และแขวงขุนนราบาล ต่อมาในสมัยอาณาจักรธนบุรีจนถึง
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รวมทั้ง ๔ แขวงภายในก�าแพงเมืองเป็น
แขวงเดียวกัน เรียกว่า แขวงรอบกรุง และขยายอาณาเขตออกมาเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
และต่อมาเปลี่ยนมาเป็นอ�าเภอรอบกรุง อ�าเภอกรุงเก่า และอ�าเภอพระนครศรีอยุธยา
ในปัจจุบัน ตามล�าดับ
ส่วนการปกครองภายนอกบริเวณก�าแพงเมือง บริเวณนอกก�าแพงเมืองแบ่งออก
เป็น ๓ แขวง ได้แก่ แขวงขุนนคร แขวงขุนอุทัย และแขวงขุนเสนา และต่อมามีการแบ่ง
ออกเป็นแขวงต่างๆ ดังนี้
๑. แขวงขุนนคร อยู่ทางทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของก�าแพงพระนคร
ตั้งแต่ล�าน�้าลพบุรีและลุ่มน�้าป่าสัก ต่อมามีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ ทางด้านทิศตะวันตก
เป็นแขวงนครใหญ่ และด้านทิศตะวันออกเป็นแขวงนครน้อย
๒. แขวงขุนอุทัย อยู่ทางทิศใต้ตั้งแต่เขตของแขวงขุนนครตลอดลงมายังแม่น�้า
เจ้าพระยาด้านทิศตะวันออก ต่อมาได้มีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ แขวงอุทัยใหญ่ และ
แขวงอุทัยน้อย
9

