มจร.วังน้อย จัดมหกรรมภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอาเซียนเว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาพ logo website จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

มจร.วังน้อย จัดมหกรรมภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอาเซียน

ผู้เขียน:  จรัญญา ศรีไพร จาก สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ปรับปรุงเนื้อหาสุดเมื่อวันพุธที่ 2 กรกฏาคม พ.ศ. 2557 เวลา 11:54 น.

 อ่าน 2,441
               เมื่อวันที่  ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา พระสงฆ์และประชาชนทั่วไปแห่ร่วมงานมหกรรมภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอาเซียนอย่างล้นหลามกว่า ๓,๕๐๐ รูป/คน  ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย อยุธยา   โดยสถาบันภาษา ร่วมกับศูนย์อาเซียน และหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ที่ได้รับการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มูลนิธิมิราเคิลออฟ์ไลฟ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มูลนิธิ    เสาหลักแห่งแผ่นดินใต้พระบารมี  ภายใต้แนวคิดหลักในการจัดงานว่า  “เอกภาพในความแตกต่าง” (Unity in Diversity) 
 
              พระธรรมสุธี  นายกสภามหาวิทยาลัยในฐานะประธานเปิดงานในช่วงเช้าได้ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของภาษา และวัฒนธรรมว่า "ภาษาถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำกลุ่มคนต่างๆ ในประชาคมอาเซียนให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจซึ่งกันและกันท่ามกลางความแตกต่างมากยิ่งขึ้น  การไม่เข้าใจภาษาจะทำให้ยากที่จะเข้าใจวิถีชีวิตอื่นๆ เพราะตัวแปรสำคัญในการสื่อความคือภาษา"  ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่า "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้เดินมาถูกทางแล้ว ที่จัดตั้งสถาบันภาษาขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการช่วยพัฒนาภาษา โดยเฉพาะพระภิกษุในประชาคมอาเซียนที่เดินทางมาศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศไทย"
 
              ในขณะที่พระพรหมบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดี ได้กล่าวปาฐกถาในช่วงบ่ายว่า "ประชาคมอาเซียนมีความแตกต่างทั้งมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษา ศาสนา ชาติพันธุ์ และวิถีชีวิตที่ต่างๆ  การพยายามที่จะเรียนรู้ความแตกต่างของสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการปรับเปลี่ยนทัศนคติ และท่าทีต่อพลเมืองที่อาศัยอยู่ร่วมกันในประชาคมอาเซียน"  ท่านกล่าวเสริมว่า "ประชาคมอาเซียนได้เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าหากัน (Connectivity) การเชื่อมโยงเหล่านี้ มิได้ส่งผลในเชิงธุรกิจแต่เพียงประการเดียว หากแต่เชื่อมโยมทั้งมิติของวัฒนธรรมด้วย  ฉะนั้น การเรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรม จะส่งผลดีต่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีเอกภาพ"
 
          นอกจากนี้ โครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา จะนำเสนอนิทรรศการ เรื่อง "ลมหายใจแห่งสันติภาพ" โดยแสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนในโลกนี้ และสังคมไทยที่อาศัยอยู่ร่วมกันในทิศทั้ง ๔ จะผนึกกำลังในการเสริมสร้างความสามัคคีปรองดอง เพื่อเชื่อมสมานเป็นหนึ่งเดียวประดุจเกลียวคลื่น ในขณะที่สถาบันภาษาจะนำเสนอแง่มุมที่สำคัญที่ว่า "ภาษาเปลี่ยนชีวิตคุณได้" และภาษาจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำพากลุ่มคนต่างๆ ในอาเซียนเรียนรู้ และเข้าใจวัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณีที่แตกต่าง ภาษาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมสมานชาติพันธุ์ต่างๆ ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

         ในขณะที่คณะพุทธศาสนา สังคมศาสตร์ ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัย จะนำเสนอนิทรรศการที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละคณะเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและแลกเปลี่ยนต่อไป  ยิ่งกว่านั้น นิทรรศการสถาบันภาษาจะได้รับการออกแบบเป็นเรือที่สื่อถึงการสื่อสาร ภาษาได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือนเรือที่จะนำพากลุ่มคนต่างๆ ในอาเซียนสามารถข้ามข้ามพรมแดนจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารระหว่างพลเมืองในอาเซียน
   
         นอกจากนี้  งานมหกรรมได้จัดรายการแสดงวัฒนธรรมอาเซียนประกอบแสง สี และเสียง เรื่อง "ลมหายใจแห่งเอกภาพ" โดยทีมนักแสดง คิดบวกสิปป์ ผู้ผ่านเวทีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ และเยาวชนอาเซียนจำนวน ๑๐ ประเทศ บวก ๓ คือ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น จะแสดงร่วมกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของลมหายใจแห่งเอกภาพ แม้ผืนน้ำกางกั้น พรมแดนเป็นเพียงสิ่งสมมติ สายลมแห่งความเป็นหนึ่ง จะพัดพรูถึงกันและกันเชื่อมใจเข้าหากัน เป็นลมหายใจเดียวกัน ...ลมหายใจแห่งเอกภาพ การแสดงจะสะท้อนความเป็น Unity in Diversity “เอกภาพในความต่าง” ทางด้านภาษา ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ สังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม ของแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน
 
              โดยกลุ่มนักแสดงนั้น เป็นเยาวชนในโครงการ "ยุวชนอาเซียนเพื่อสันติภาพ" ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ โดยโครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษาได้เป็นผู้ดำเนินการในการนำเยาวชนอาเซียนมาทำงานด้านสันติภาพร่วมกัน เยาวชนอาเซียนจะร่วมแสดงวัฒนธรรมในวันที่ ๒๗ มิถุนายน โดยแบ่งออกเป็น ๓ รอบ กล่าวคือ ช่วงเช้า ช่วงบ่าย และพิธีปิด ซึ่งช่วงบ่ายโมงจะเป็นการแสดงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศโดยใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ในขณะที่พิธีปิดจะเป็นการจุดเทียนสันติภาพ พร้อมกับร้องเพลงลมหายใจแห่งสันติภาพร่วมกันคุณน้ำมนต์ ซึ่งเป็นบทเพลงประจำโครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา หลังจากนั้น จึงรายการ “อาเซียนทอล์ค” ซึ่งเยาวชนอาเซียนที่ได้รับเชิญมาจากประเทศต่างๆ จำนวน ๑๓ ประเทศ จะได้นำเสนอ และแลกเปลี่ยนวิถีคิด และมุมเกี่ยวกับมิติที่สะท้อนคุณค่าหลักของแต่ละประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้วิถีแห่งภาษา วัฒนธรรม และความเชื่อที่แตกต่าง อันจะทำให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ และเข้าใจวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ของประเทศต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
 
            รายการที่ถือว่าสำคัญในช่วงบ่ายคือการประกวดสุนทร์พจน์เพื่อชิงถ้วยประทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนพรรณาวดี พร้อมทั้งทุนการศึกษาจากหลักสูตรเสาหลักเพื่อแผ่นดินใต้ร่มพระบารมี จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท โดยรอบแรก วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ "เอกภาพในความแตกต่าง" และรอบที่ ๒ คัดเหลือ ๕ มหาวิทยาลัย เพื่อให้กล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ในหัวข้อ "จากเมล็ดข่าวเมล็ดเดียวสู่ความกลมเกลียวของประชาคมอาเซียน" ซึ่งแง่มุมดังกล่าวจะเป็นการนำเสนอผ่านแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่สัญลักษณ์อาเซียนที่เน้นความกลมเกลียวของรวงข้าวทั้ง ๑๐ รวง ซึ่งผู้ที่ได้รับวางวัลชนะเลิศคือ  Ven.Suraj Maharja วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ, นิสิตปี 3 คณะพุทธศาสตร์ มจร. ได้รับถ้วยประทาน "ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" รางวัลชนะเลิศการประกวดกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ "ความรู้สู่ความเจริญตามพระบรมราโชวาท : จากเมล็ดข้าวเมล็ดเดียวสู่ความกลมเกลียวของประชาคมอาเซียน" พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท
 
           ภายในงานจะมีตลาดนัดอาหารอาเซียนที่หลากชนิดซึ่งได้มีเยาวชนจำนวนมากที่เข้าแถวรอชิมอาหารอาเซียนที่สนับสนุน และจัดขึ้นโดยนิสิตจากหลักสูตรปริญญาโท สันติศึกษา และจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นำมาจัดแสดงและให้นิสิตนักศึกษาได้ทดลองชิมอาหารอาเซียน การจัดมหกรรมภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ ๑ นี้  ได้มีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น กว่า ๓,๕๐๐ รูป/คน ประกอบด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ นิสิต นักศึกษา ทั้งส่วนกลางและวิทยาเขต และนักเรียนชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอวังน้อย และบางปะอิน
 
 
ที่มาข่าว : http://www.mcu.ac.th/site/news_in.php?    
             NEWSID=10945&NEWSID=10945&BRANCH_ID=1

คำค้นหา
 
comments powered by Disqus
ข่าวในประเภทประชาสัมพันธ์
ข่าวโดยสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ข่าวล่าสุด
สนใจมากสุดในรอบเดือน
เข้าชมล่าสุด