
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงอัญเชิญพระอุณาโลมขึ้นประดิษฐานที่พระนลาฏ พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา
วันนี้(14/11/52) เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัชมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไปทรงอัญเชิญพระอุณาโลมขึ้นประดิษฐานที่พระนลาฏ พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) ภายในพระวิหาร วัดพนัญเชิงวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ภายในวัดแห่งนี้ประดิษฐานสิ่งสำคัญ อาทิ ศาลพระนางสร้อยดอกหมาก ศาลเทพเจ้ากวนอู และพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต โดยพระพุทธไตรรัตนนายก เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 7 วา 10 นิ้ว ความสูงตลอดรัศมี 9 วา 2 ศอก สร้างขึ้นเมื่อปีชวด พุทธศักราช 1867 ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี 26 ปี แต่ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง พระพุทธไตรรัตนนายก ได้รับการปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ซึ่งปรากฏหลักฐานการปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญ เมื่อปีพุทธศักราช 2444 ได้เกิดเพลิงไหม้ผ้าห่มพระพุทธไตรรัตนนายก เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ใหม่ แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2445 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังบางปะอิน เสด็จฯ ขึ้นประทับเกยทรงปิดทองพระภัตร์พระพุทธไตรรัตนนายกเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2445 เวลาบ่าย 3 โมง 48 นาที หรือ (15.48 น. ) แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชนปิดทองต่อจนสมบูรณ์ สิ้นทอง 184,807 แผ่น แล้วโปรดให้มีมหรสพสมโภช 3 วัน ต่อจากนั้นได้มรการปฏิสังขรณ์อีกครั้งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2471 นับเนื่องมาจนถึงปัจจุบันได้ 81 ปี การปฏิสังขรณ์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นโดยการดำริของพระราชรัตนวราภรณ์ (แวว) เจ้าอาวาส วัดพนัญเชิงวรวิหาร และคณะกรรมการวัด ได้สำรวจพบว่า พระพุทธไตรรัตนนายก ได้เกิดรอยร้าวชำรุดตามกาลเวลา จึงได้ถือวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 ปี เมื่อปี พ.ศ.2550 เป็นมหามงคลฤกษ์ในการปฏิสังขรณ์พระพุทธไตรรัตนนายก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้ปฏิสังขรณ์ภายในพระวิหารและปิดทององค์พระพุทธไตรรัตนนายกใหม่ทั้ง องค์ รวมทั้งได้บูรณะซ่อมแซมพระอุณาโลมที่ประดับกลางพระนลาฏ พระพุทธไตรรัตนนายก การปฏิสังขรณ์ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วทุกส่วน โดยสิ้นค่าใช้จ่ายในการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งสิ้นเป็นเงิน 40 ล้านบาทเศษ
ข้อมูลจาก :: http://ndc.prd.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=449&directory=2017&contents=233904 วันที่ :: 14/11/2552