อนาคตแบงก์ไทยหลังเปิดเสรีอาเซียน เว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาพ logo website จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อนาคตแบงก์ไทยหลังเปิดเสรีอาเซียน

ผู้เขียน:  เจ้าหน้าที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558 เวลา 10:15 น.

 อ่าน 1,229

อนาคตแบงก์ไทยหลังเปิดเสรีอาเซียน

    เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า การเปิดเสรีในภาคบริการยังไม่ได้เปิดไปพร้อมกับธุรกิจในสาขาอื่น ๆ ซึ่งธุรกิจการเงินการธนาคารจัดเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่การเปิดเสรียัง เป็นไปอย่างช้า ๆ ทั้งนี้ ในปี 2563 กำหนดให้ต้องมีการเจรจา Qualified ASEAN Bank (QAB) ซึ่งเป็นการจัดทำมาตรฐานของสถาบันการเงินร่วมกัน โดยจะเป็นการเจรจาระดับทวิภาคี เมื่อทั้งสองประเทศสามารถทำข้อตกลงและกำหนดมาตรฐานร่วมกันได้แล้ว สถาบันการเงินของทั้งสองประเทศที่เข้าข่ายมาตรฐานที่กำหนดจะสามารถเปิดเสรี ภายใต้การเจรจาร่วมกันได้ โดยจะเป็นข้อตกลงในลักษณะต่างตอบแทน เช่น อนุญาตให้ไปดำเนินการเปิดสาขาธนาคารได้ในทั้งสองประเทศ เป็นต้น
 
     การทำ QAB จะเป็นจุดเริ่มต้นและทำให้ธุรกิจในภาคการเงิน การธนาคาร เข้าสู่การเปิดเสรีอาเซียนมากขึ้น ซึ่งในปี 2558 ตั้งเป้าทำให้มีการเจรจาเกิดขึ้นได้ 1 ฉบับ ซึ่งอาจจะเป็นการเจรจาระหว่างประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะที่ในปี 2561 ตั้งเป้าหมายให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเก่า ประกอบด้วย ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เจรจา QAB ให้สำเร็จประเทศละ 1 ฉบับ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละประเทศว่าต้องการจับคู่กับประเทศใด และในปี 2563 ตั้งเป้าหมายให้ทุกประเทศในอาเซียนรวมถึงกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และบรูไน สามารถสรุปการเจรจาและมีข้อตกลงได้ประเทศละ 1 ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายขั้นต่ำของอาเซียน 10 ประเทศ ที่จะมีข้อตกลง 10 ฉบับ
 
      สำหรับประเทศไทย รัฐบาลนำโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ดำเนินการเจรจา ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะเริ่มเจรจากับประเทศใด ขณะที่ในฝั่งของผู้ประกอบการธุรกิจธนาคารต้องการจะเข้าไปทำธุรกิจในกลุ่ม ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เพราะมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก มีความต้องการใช้บริการทางการเงินในระดับสูง โดยการเปิดเสรีภายใต้ข้อตกลงนั้นขึ้นอยู่กับการเจรจาของภาครัฐว่าจะเปิดเสรี ในรูปแบบหรือด้านใดบ้าง ขณะเดียวกัน ประเทศไทยพยายามที่จะแก้ไขกฎระเบียบที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเปิดเสรีควบ คู่ไปด้วย ซึ่งไทยจัดว่าเป็นประเทศที่มีกฎระเบียบข้อบังคับมากที่สุด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามจะปลดล็อกกฎระเบียบหลายประการในช่วง 1-2 ปีจากนี้
 
     โดยประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เช่น การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินต่างประเทศ การเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งหากแก้ไขแล้วจะเอื้อต่อการทำธุรกิจมากขึ้น สำหรับความพร้มของประเทศไทยในการเปิดเสรีนั้น หากเปรียบเทียบด้านความแข็งแกร่งของธนาคารไทยกับภูมิภาค ธนาคารไทยอยู่ในระดับที่ดีมีผลตอบแทนดี มีความมั่นคงอยู่ที่ระดับ 15% ใกล้เคียงกับสิงคโปร์ที่มีความมั่นคง 16%
 
      ปัจจุบันบทบาทของธนาคารไทยที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการในยุคเออีซี คือ การช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าไปค้าขายลงทุนในต่างประเทศ และช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ต้องการขยายธุรกิจให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยแผนระยะสั้นจะสนับสนุนระบบการเงินในระบบดิจิทัล และสนับสนุนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจและส่งเสริม การท่องเที่ยว
 
ที่มา :  กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ วันที่ 15 มิถุนายน 2558

คำค้นหา
 
comments powered by Disqus
ข่าวในประเภทข่าวอาเซียนทั่วไป
ข่าวโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ข่าวล่าสุด
สนใจมากสุดในรอบเดือน
เข้าชมล่าสุด